ชาวบ้านเล่านาทีระทึก เรือยักษ์พุ่งดิ่งเข้าหาบ้าน พอถอยได้ก็ไปเลย (มีคลิป)

Uncategorized

เปิดนาทีหนีตาย เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่หลุดร่องน้ำพุ่งดิ่งเข้าหาบ้านเรือนประชาชน และเสาไฟฟ้าแรงสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (3 เม.ย.) เมื่อเวลา 12.30 น. ได้รับแจ้งมีเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่หลุดร่องน้ำ ขณะที่กำลังแล่นออกปากน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา และพุ่งเข้าไปจนชนบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกสร้างอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท้ายชุมชนมอญเดิงฮะโมก หมู่ 6 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าตรวจสอบ ได้พบว่าเรือสินค้าลำดังกล่าวได้แล่นออกปากอ่าวไปแล้ว เหลือเพียงร่องรอยการทิ้งสมอไว้ที่บริเวณดินเลนใกล้ชายฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น โดยมีกระถางต้นไม้ของชาวบ้านที่วางเอาไว้ข้างเสาไฟฟ้าแรงสูงแตกได้รับความเสียหายจำนวน 3 ใบเท่านั้น

ส่วนชาวบ้านอยู่ท้ายชุมชนต่างยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีชาวบ้านถ่ายคลิปวีดีโอ และถ่ายชื่อเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าวเอาไว้ได้ ชื่อเรือ ชลาการ

น.ส.น้ำทิพย์ ผึ่งสาย อายุ 50 ปี ซึ่งมีบ้านพักอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้กับเสาส่งกระแสงไฟฟ้าแรงสูงที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยง ขณะที่ตนกำลังนอนเล่นอยู่ในบ้านก็ได้ยินเสียงดังคล้ายกับเสียงลากเหล็กดังขึ้นที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาข้างบ้าน พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของชาวบ้าน

ตนจึงได้รีบเปิดหน้าต่างออกมาดูได้เห็นหัวเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้พุ่งดิ่งเข้ามาหาเสาส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูงซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังบ้านของตน และตนก็คิดว่ายังไงก็ชนเสาไฟยังไงเสาไฟก็โค่นแน่ๆ ด้วยความตกใจตนจึงรีบสับคัดเอาท์ตัดไฟในบ้าน ก่อนที่จะวิ่งหนีตายออกมาจากบ้าน แต่ตาก็ยังหันไปมองหัวเรือสินค้าลำดังกล่าวซึ่งกำลังเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้ามาหาบ้านตน

โดยเรือลำดังกล่าวกำลังแล่นออกไปทางปากอ่าวก็ไม่รู้ว่ามันแล่นมายังไง แต่โชคดีที่เรือลำดังกล่าวยังไม่ทันพุ่งเข้ามาชนอะไรเสียหาย ซึ่งคาดว่าระหว่างที่เรือหลุดร่องน้ำออกมาทางคนคุมเรือน่าจะปล่อยสมอเรือเพื่อชะลอความเร็วของเรือ และพยายามเปลี่ยนทิศทางเรือไม่ให้พุ่งเข้า โดยมีเรือทักหลายลำได้พยายามเข้าช่วยดันท้ายเรือให้หมุนเปลี่ยนทิศได้ทัน

ตนพักอาศัยอยู่ตรงนี้มาหลายสิบปีแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะส่วนใหญ่เหตุการณ์เรือหลุดร่องน้ำจะพุ่งเข้าไปชนบ้านเรือนประชาชนที่ฝั่งหน้าอำเภอพระประแดง มากกว่า

ด้าน นางวรรณา ธงสีแดง อายุ 60 ปี ซึ่งมีบ้านพักอยู่หลังเสาส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูงต้นดังกล่าว ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังป้อนข้าวให้แม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ระหว่างนั้นตนได้ยินเสียงดังคล้ายลากเหล็กตนจึงหันไปดูทางหน้าต่าง ได้เห็นเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าวหัวเรือกำลังพุ่งเข้ามาหาเสาไฟฟ้า

ซึ่งถ้าชนเสาไฟฟ้าล้มบ้านตนก็ไม่รอด ด้วยความตกใจตนจึงทิ้งชามข้าวและพยายามอุ้มแม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หนีตายออกมาจากบ้าน แต่อุ้มไม่ไหวจึงได้พยุงหิ้วปีกลากแม่ออกมาจากบ้านได้สำเร็จ

ขณะที่ นางบุญส่ง ข่อยจินดา อายุ 62 ปี เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนก็นั่งดูทีวีอยู่ในบ้านก็ได้ยินเสียงชาวบ้านเอะอะโวยวายและเสียงดังคล้ายลากเหล็ก จึงได้ออกมาดู ได้เห็นหัวเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าวพุ่งเข้ามาหาเสาส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากบ้านตนประมาณ 100 เมตร

ซึ่งหัวเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าวที่ตนเห็นหัวเรือสูงกว่ายอมต้นมะม่วงอีก ตนถึงกับเข่าอ่อน นั่งพับอยู่กับพื้นถนนทางเดินทำอะไรไม่ถูก ทำได้แค่เพียงตะโกนเรียกหลานชายให้รีบหนีออกมาจากบ้านเท่านั้น

ตนอาศัยอยู่ในชุมชนนี้มากว่า 50 ปีแล้วเคยมีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นมาแล้วแต่ไม่ขนาดนี้ ครั้งที่แล้วก่อนที่จะเกิดเหตุเรือจะเปิดเสียงหวูดยาวเลยให้เรารู้ เราก็จะออกมาดูและก็จะพากันหนี แต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงหวูดเตือนเลยมีแต่เสียงลากเหล็กดังเท่านั้น เราก็เห็นมันผิดสังเกตจึงออกมาดู ก็เห็นเรือมันพุ่งเข้ามาจะถึงเสาไฟฟ้าแรงสูงอยู่แล้ว

เหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรกที่มันมาแบบเงียบๆ แต่ครั้งที่ผ่านๆ มามันจะเปิดหวูดก่อน แต่ครั้งนี้หัวใจจะวายเอา มันพุ่งเข้ามาหาเราเลย บอกตรงเรากลัวชนเสาไฟล้ม โชคยังดีช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงน้ำกำลังลง ดินเลนใต้แม่น้ำช่วยชะลอความเร็วของเรือได้มาก หากเป็นช่วงน้ำขึ้นเต็มที่ตนคิดว่าไม่น่าจะรอด

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *