บุกจับมือ M-16 ถล่มหน้าบ้าน 2 แม่ลูก ยังให้การปฏิเสธตร.มั่นใจหลักฐาน

Uncategorized

กรณีเหตุการณ์คนร้ายขับรถ จยย.มาจอดหน้าบ้านแล้วใช้อาวุธปืนเอ็ม1 6 มากราดยิงถล่มใส่หน้าบ้านเลขที่ 50 หมู่ 4 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชเมื่อดึก10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยนางสุดสาย ชุมเกตุ อายุ 60ปีเจ้าของบ้านพร้อมลูกสาวที่นอนในบ้านปลอดภัยรอดตายหวุดหวิด โดยหลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวน สภ.ทุ่งสง ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่องรอยบริเวณฝาพนังหน้าบ้าน กันสาดหลังคาหน้าบ้านและรถเก๋งและรถยนต์กระบะที่จอดหน้าบ้านถูกกระสุนพรุนนับสิบรู และจนท.ตำรวจได้เก็บปลอกกระสุนเอ็ม16ริมถนนจำนวน 27 ปลอก และกระสุนเอ็ม16 จำนวน 2 นัด โดยสาเหตุคาดมาจากขัดแย้งธุรกิจมืด ตำรวจเร่งทำการสืบสวนสอบสวนไล่ล่าจับกุมคนร้ายรายนี้โดยเร็วเพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชนที่คนร้ายก่อเหตุเหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองตามข่าวนั้น

(13 เม.ย.) พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิต รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากพล.ต.ต.ธรรมนูญ ประยืนยง ผบก.ภ.จว. นครศรีธรรมราชให้ลงไปคุมคดีคลี่คลายคดีนี้ ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.ทุ่งสง นำโดย พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.สส.,พ.ต.ต.ธรรมราช ส้มเขียวหวาน สว.สส.,ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ตำรวจสืบสวนภาค 8 และตำรวจกองปราบได้ระดมทำการสืบสวนหาพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้จุดที่เกิดเหตุก็ทราบว่าคนร้ายรายนี้คือนายสุชาติหรือด้วง ดำชู อายุ 38ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 5 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ต่อมาศาลจังหวัดทุ่งสงได้ออกหมายจับ ตามหมายจับเลขที่ 104/2564 ลงวันที่ 11 เม.ย.2564 นายสุชาติหรือด้วง ดำชู ชาวบ้านหมู่ 4 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

จนกระทั้งเมื่อวานนี้ (12 เม.ย.) กำลังตำรวจชุดคลี่คลายคดีทั้งหมดพร้อมอาวุธปืนครบมือได้บุกไปจับกุมนายสุชาติหรือด้วง ได้ขณะขี่รถจยย.ออกจากที่ซ่อนในหาซื้ออาหารที่ร้านค้าของชำแห่งหนึ่งในหมู่ 4 ต.ถ้ำใหญ่ ห่างจากจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 3 กม.โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับจับกุมนายสุชาติหรือด้วง แต่นายสุชาติ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่าไม่ได้เป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มบ้านพักของนายสุดสาย แต่ทางตำรวจมีพยานหลักฐานมัดตัวนายแน่นหนา รวมทั้งหลักฐานกล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจนขณะหลบหนีตามเส้นทางในหมู่บ้าน ทาง พ.ต.อ.เสริม จึงคุมตัวนายไปสอบสวนและดำเนินคดีตามกม.ต่อไป โดยสาเหตุทางตำรวจระบุว่ามาจากความขัดแย้งในธุรกิจมืดในพื้นที่ ซึ่งจะได้สอบสวนขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *