คุมสาวโหดทำแผน ใช้ประแจตี พี่สะใภ้ดับคาสวน หวิดโดนประชาทัณฑ์

Uncategorized

ใจสุดอำหิต ลากประแจดัดเหล็ก กระหน่ำตีพี่สะใภ้ดับคาสวน ก่อนลักสร้อยทอง 2 บาท ไปขาย อ้างโมโหถูกด่า เรื่องลอมรั้วลวดหนามกั้นที่ดิน ทองหล่นใส่กระเป๋าเอง

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2564 พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รองผบช. รรท.ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมด้วยพ.ต.อ.เตชิต กุลกนิษฐ ผกก.สภ.ท่าใหม่ นำกำลังตำรวจคุมตัวน.ส.วรนุช นพบุตร อายุ 35 ปี ชาวจ.จันทบุรี ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่น และลักทรัพย์

มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณร่องน้ำ หลังสวนผลไม้ ในต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ หลังก่อเหตุ ใช้ประแจเหล็กตีหัวนางวิไล อาลัย อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านจนเสียชีวิต ชนวนขัดแย้งเรื่องล้อมรั้วแบ่งแยกที่ดิน

พ.ต.อ.เตชิต เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 64 ที่ผ่านมา เกิดเหตุมีผู้ถูกทำร้ายเสียชีวิตในร่องน้ำหลังสวนผลไม้ มีบาดแผลที่ศีรษะด้านหลัง และที่หูซ้าย จากผลชันสูตรโดยนิติเวช รพ.พระปกเกล้า ระบุว่าผู้ตายถูกทุบตีด้วยของแข็งจนเสียชีวิต

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ท่าใหม่ ได้ออกสืบหาข่าวในพื้นที่จนทราบตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ คือน.ส.วรนุช ผู้ต้องหา ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสะใภ้ของผู้ตาย และพักอาศัยอยู่บ้านติดกัน จึงได้ขอศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ก่อนนำมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่สภ.ท่าใหม่

จากการสวนน.ส.วรนุช ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือฆ่านางวิไล พี่สะใภ้จริง เนื่องจากบันดาลโทสะที่ถูกผู้ตายด่าว่า และชวนละทะเลาะเรื่องล้อมรั้วกั้นเขตที่ดิน ด้วยความโมโหจึงเดินกลับไปเอาประแจดัดเหล็กเส้น ขนาดยาวเกือบ 50 ซม. ที่บ้าน แล้วเดินกลับมาพูดคุยกับผู้ตายอีก

ขณะที่พี่สะใภ้ยังคงด่าว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงอีก ขณะที่พี่สะใภ้หันหลังยืนตัดทางระกำในร่องน้ำ จึงใช้ประแจเหล็กกระหน่ำตี เข้าที่หัวและท้ายทอยจนล้มลง จากนั้นได้เข้าไปตีซ้ำอีกหลายครั้งจน นางวิไล นอนแน่นิ่งไป หลังก่อเหตุได้กลับบ้านพร้อมกับนำประแจที่ใช้ก่อเหตุไปเก็บที่เดิม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในส่วนเรื่องสร้อยทองคำหนัก 2 บาท ของผู้ตายที่หายไป น.ส.วรนุช อ้างว่า ขณะกระหน่ำตีผู้ตาย ไม่ทราบว่าสร้อยคอขาดและกระเด็นเข้ามาในเสื้อที่สวมใส่อยู่ตอนไหน โดยภายหลังก่อเหตุแล้วเสร็จจึงนำไปขายที่ร้านทองในตัวเมืองจันทบุรี โดยนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว และทำตัวอยู่บ้านตามปกติจนถูกตำรวจตามมาจับกุมตัวดังกล่าว เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่น โดยเจตนา” และ ข้อหา “ลักทรัพย์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ญาติของผู้เสียชีวิต ฝ่าวงล้อมตำรวจเข้ามาทำร้ายน.ส.วรนุช พร้อมตะโกนด่าสาปแช่ง ด้วยความโกรธแค้น จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบคุมคัวขึ้นรถกลับโรงพักทันที หวั่นเหตุการณ์บานปลาย

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *