อ้างไปตามช่าง! ญาติโยมสุดช้ำเจอสมภารแสบ หอบเงินผ้าป่าสร้างเมรุหนี

Uncategorized

ญาติโยมสุดช้ำ เจอเจ้าอาวาสแสบ อ้างไปตามช่าง หอบเงินทอดผ้าป่าที่ร่วมกันบริจาค สร้างเมรุเผาศพคนในหมู่บ้าน หายตัวไปเฉย

วันที่ 3 พ.ค.2564 ที่สำนักสงฆ์บ้านหนองปรือ-โคกตะคร้อ ต.ชุมแสง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมคณะกรรมการวัด และตัวแทนชาวบ้าน รวมตัวกันร้องเรียนและเรียกร้องให้เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ นำเงิน 7 หมื่นบาทของญาติโยม ที่ร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่าสมบทสร้างเมรุเผาศพกลับมาคืน หลังหายตัวออกจากสำนักสงฆ์พร้อมเงิน ซึ่งได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.นางรอง ไว้แล้วให้ช่วยติดตามตัวเจ้าอาวาส เพื่อนำเงินมาคืน

นางสมศรี อายุ 71 ปี กรรมการวัด และเป็นประธานงานจัดทอดผ้าป่า เล่าว่า ก่อนหน้านี้สำนักสงฆ์ยังไม่มีเจ้าอาวาส จึงได้ไปนิมนต์พระเครือวรรณ ซึ่งตอนนั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าโนนสุวรรณ ให้มาเป็นเจ้าอาวาสที่นี่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ปฏิบัติดีช่วยชาวบ้านพัฒนาวัดเป็นอย่างดี ชาวบ้านก็อุ่นใจที่มีพระดีๆมาอยู่ กระทั่งช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาทางวัดได้จัดทอดผ้าป่าเพื่อหาปัจจัยมาสมทบสร้างเมรุ ก็มีญาติโยมร่วมทำบุญทอดผ้าป่าได้เงิน 120,000 บาท

“เงินจำนวนนี้ได้ถวายส่วนตัวให้เจ้าอาวาส 1 หมื่นบาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วก็เหลือเงิน 7 หมื่นบาท เก็บไว้สำหรับจ้างช่างและซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างเมรุ โดยฝากเข้าบัญชีธนาคาร ต้องเบิก 2 ใน 3 ต่อมาวันที่ 26-27 เม.ย. มีโยมคนหนึ่งที่ อ.โชคชัย นำรถกระบะมาถวายให้เจ้าอาวาสใช้ประจำวัด ญาติโยมและชาวบ้านก็เห็นว่าดีเพราะเวลาไปทำธุระ หรือไปรพ.ก็จะได้สะดวก จากนั้นวันที่ 28 เม.ย. เจ้าอาวาส บอกให้กรรมการวัดไปเบิกเงิน 7 หมื่นมาให้ โดยอ้างว่าจะนำเงินไปจ่ายค่าช่าง และซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างเมรุ ด้วยความไว้ใจหลวงพ่อจึงเบิกเงินมาให้ จนกระทั่งวันที่ 29 เม.ย. หลวงพ่อบอกว่าจะไปหาหมอที่รพ.โนนสุวรรณ และไปตามช่างด้วย แต่ก็ไม่กลับมาวัดอีกเลย ”

นางสมศรี บอกด้วยว่า ญาติโยมเป็นห่วงพากันออกตามหา แต่กลับพบว่าเจ้าอาวาสขับรถที่โยมถวายให้ใช้จอดทิ้งไว้ที่ศาลหลักเมืองในเขตอ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งมีรอยเชี่ยวชน พอไปสอบถามที่รพ.โนนสุวรรณ ตามที่เจ้าอาวาสอ้างก็ไม่มีเห็น อีกทั้งยังไม่มีช่างมาก่อสร้างเมรุ จากพฤติกรรมจึงเชื่อว่าหลวงพ่อน่าจะหนีไปพร้อมเงิน อยากให้หลวงพ่อนำเงินมาคืนวัด เพื่อก่อสร้างเมรุตามจุดประสงค์ของญาติโยมที่ได้ร่วมกันทำบุญ แต่หากไม่นำเงินก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

ด้านนายคเน ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ตนในฐานะผู้นำชุมชนก็รู้สึกเสียใจที่เจ้าอาวาส ซึ่งชาวบ้านเคารพศรัทธาจะมีพฤติกรรมแบบนี้ ทั้งที่ตอนไปนิมนต์มาอยู่ก็หวังว่าจะร่วมกันพัฒนาวัดให้เจริญ แต่ตอนนี้ชาวบ้านต่างก็หมดศรัทธา ที่สำคัญเงินที่เอาไปก็เป็นเงินจากความศรัทธาของชาวบ้าน ก็อยากวอนเจ้าอาวาสนำเงินมาคืนวัด เพราะไม่อยากเอาผิด แต่หากไม่นำมาคืนก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องกฎหมาย

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *