หนุ่มวัย19 ซิ่งมอไซค์ชนป้าขายน้ำพริกดับคาที่หน้าตลาดย่านบางแค

Uncategorized

วันที่ 16 พ.ค.64 พันตำรวจโท สุวิทย์ ธานีวรรณ สว.(สอบสวน) สน.หลักสอง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนคนเดินเท้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิต จึงประสานแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และ อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มาสนับสนุนที่เกิดเหตุทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ พบเหตุอยู่บนถนนเพชรเกษม ระหว่างซอย 62/3 กับ ซอย 62/4 หน้าตลาดบางแค กรุงเทพมหานคร พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย มีอาการสาหัส อาสาจึงรีบจัดชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลมิตรประชาอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บต่อมาชื่อ นายจีรศักดิ์ อายุ 19 ปี และยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงอีก 1 ราย อายุ 63 ปี อาการสาหัสหมดสติภายในที่เกิดเหตุ อาสาจึงทำการ CPR แต่ไม่เป็นผล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ห่างออกไปยังพบกับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น MSX สีดำ ทะเบียน 1กณ 8711 สมุทรสาคร ซึ่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในลักษณะล้มตะแคงคว่ำอยู่กลางถนน และห่างมาไม่ไกลยังพบกับรถเข็นของสามล้อ ซึ่งเป็นของผู้เสียชีวิตที่เข็นข้ามถนนมาในลักษณะพังยับเยินบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างเห็นได้ชัดเจน

สอบถามจากญาติบอกว่า ผู้เสียชีวิตมีอาชีพขายน้ำพริกในตลาด ไม่แน่ใจว่า เดินข้ามมายืมรถเข็นเพื่อนหรือป่าว เพราะรถเข็นของเขาเสีย น่าจะยืมมาเข็นแผงขายน้ำพริก เลยเดินข้ามถนนไปโดนรถชน

ส่วนทางนาย ศุภวัฒน์ กสิกิจวิวัฒน์ อายุ 38 ปี เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ บอกเล่าว่า ตนเห็นแกข้ามไปเอารถเข็นอีกฝั่งนึง เพื่อมาเก็บแผงขายน้ำพริกที่ตลาดวันเดอร์ พอป้าแกเข็นข้ามมาก็มีมอไซค์คันนึงเฉี่ยวแกก่อน แล้วมอไซค์อีกคันตามหลังมาชนป้าแกอีกที ตนเห็นจึงรีบวิ่งไปช่วยกันรถให้ก่อน และโทรประสานรถกู้ภัยมาช่วยเหลือ ปกติป้าแกจะขายน้ำพริกอยู่ในตลาด ตั้งหลาย 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ตนยังเด็กๆอยู่เลย ป้าแกเป็นคนอัธยาศัยดี

เบื้องต้นทางแพทย์นิติเวชสันนิษฐานการเสียชีวิตจากการถูกชนกระแทกอย่างแรงแล้วมีบาดแผลเปิดขนาดใหญ่บริเวณศรีษะแล้วใบหน้าและมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากจึงเป็นเหตุให้ทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที แต่อย่างไรแล้วตัองส่งมอบให้กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนจะให้ญาติมารับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนทางผู้บาดเจ็บตัองรอให้อาการหายดีหรือพอที่จะเล่าเหตุการณ์ได้จึงจะเรียกมาให้ปากคำก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:สยามรัฐ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *