6ล้อ เสยท้าย รถพ่วงบรรทุกรถยนต์ ก่อนพุ่งอัดต้นไม้ คนขับดับคาที่ สาหัสอีก1

Uncategorized

6ล้อ เสยท้าย รถพ่วงบรรทุกรถยนต์ ก่อนพุ่งอัดต้นไม้ คนขับดับคาที่ สาหัสอีก1 เหตุเกิดบนถนนนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า กทม. อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 ธ.ค.2564 พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ลีลานุช สว.(สอบสวน) สภ.สามกระทาย รับแจ้ง รถบรรทุกหกล้อแบบตู้สินค้า ตกร่องกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 273+600 บ้านต้นกระถิน ม.10 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย ตำรวจทางหลวงกุยบุรี กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี กู้ภัยตำรวจทางหลวง และ เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยภูมินทร์ 12-57 จุดกุยบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 71-4169 ปทุมธานี ด้านหน้าตกในร่องกลางถนน หน้ารถชนกับต้นไม้ ด้านท้ายรถขวางถนนเลนขวา ตรวจสอบภายในห้องโดยสาร พบร่างของชาย 2 คน นอนอยู่ คนแรกเป็นโชเฟอร์พบว่าเสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อต่อมาว่า นายทวิศักดิ์ น้ำตาปี อายุ 32 ปี เป็นชาวตำบลท่าเคย อ.ฉวาง จ.สุราษฎร์ธานี

ส่วนฝั่งผู้โดยสารเป็นชายได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือ นายณัฐวุฒิ พรหมอุบล อายุ 28 ปี ชาวตำบลบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กู้ภัยช่วยนำร่างออกมาจากรถและนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี ส่วนคนผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถมาดึงรถคันที่เกิดเหตุออกจากต้นไม้ จากนั้นกู้ภัยได้ใช้เครื่องตัดถ่างตัดงัดซากรถและนำร่างออกมาได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ห่างไปประมาณ 50 เมตร ที่ไหล่ทางด้านซ้าย พบรถพ่วงสำหรับขนส่งรถยนต์ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 65-4095 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ที่ท้ายรถของตัวพ่วง ทางด้านซ้ายพบร่องรอยการถูกชน จนพังยุบ มีนายสมชาย คาน อายุ 34 ปี ชาวตำบลปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่ ตนเองขับรถมาในเลนขวา แต่จู่ๆก็มีรถของทวิศักดิ์ ขับมาชนท้ายรถของตน และเสียหลักออกไปทางขวาชนกับต้นไม้

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุก6ล้อขับรถขนส่งสินค้าจากสุราษฎร์ธานี ไปส่งที่ จ.เชียงใหม่ และมีรถที่ขนส่งจากที่เดียวกันขับตามๆกันมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถของคันอื่นที่มาด้วยกันขับแซงรถพ่วงไปได้ แต่รถคันเกิดเหตุไปชนท้ายรถพ่วง ก่อนเสียหลักไปทางขวาและไปชนกับต้นไม้ในร่องกลางถนน ทั้งนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถ อีกครั้งก่อนสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *