เปิดใจ สาวถูกผัวซาดิสต์ จับขัง 4 วัน ซ้อมโหด-กระทืบ-ตบกว่า 100 ครั้ง

Uncategorized

กรณีเรื่องราวความรุนแรงในครอบครัว ฝ่ายหญิงคบหาแฟน อยู่กินกัน สุดท้ายฝ่ายชายกักขัง ทุบตี กระทืบ ซ้อม จับขังอยู่ 4 วัน โดนตบร้อยกว่าครั้ง บอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ

รายการโหนกระแสวันที่ 22 ม.ค. 64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 เปิดใจสัมภาษณ์ “เอ” (นามสมมติ) คนที่ถูกทำร้าย มาพร้อม “บี” น้องสาว และ “ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” หรือ “ทนายแก้ว” รองประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมสภาทนายความ

รู้จักผู้ชายคนนี้ได้ไง?

เอ : “รู้จักมาสองปี หนูทำงานแล้วเขามาเจอหนู มาจีบเรา”

อยู่กินกันหรือจดทะเบียน?

เอ : “ไม่ได้จดทะเบียนค่ะ อยู่กินกันเลย”

ปกติเขานิสัยยังไง?

เอ : “เขาเป็นคนโมโหร้าย ขี้หึง ขี้หวง”

ครั้งแรกที่ทำร้ายร่างกาย ?

เอ : “ตั้งแต่อาทิตย์แรกที่อยู่ด้วยกันเลยค่ะ ด้วยอารมณ์หึงหวงของเขาแรกๆ มันจะเกี่ยวกับเรื่องเขาไม่อยากให้ติดต่อกับทางสามีเก่า เรื่องลูกค่ะ เขาจะหึงหวงเรื่องพวกนี้ ใช้รหัสเฟซบุ๊กหนู ยึดไปเล่นเอง กลัวหนูกลับไปติดต่อทางโน้น”

เมื่อไหร่ติดต่อลูกกับครอบครัวเขาจะเห็น เพราะเขาเอารหัสเราไปเล่นในนั้น และกลับมาทำร้ายร่างกาย เป็นอย่างนี้ตลอดตั้งแต่อาทิตย์แรก?

เอ : “ค่ะ จากเบาๆ ก็รุนแรงขึ้น จนทำร้ายร่างกาย”

ทำไมไม่เลิกตั้งแต่แรก?

เอ : “ก็ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไรค่ะ”

รักเขา?

เอ : “ก็มีส่วนค่ะ”

เกือบๆ 2 ปี เขาทำมาเรื่อยๆ จนวันนี้เราลุกออกมาจากชีวิตเขา ไปร้องให้มูลนิธิปวีณาช่วยเหลือ กี่ครั้งที่ถูกกระทำ?

เอ : “เท่าที่จำได้ เขาทำร้ายไม่ต่ำกว่า 50-60 ครั้ง จากเบาๆ ก็หนักขึ้น คิ้วแตกบ้าง เขาบอกว่าถ้าเย็นก็สองเข็ม ปากแตก ตาช้ำ ตาเขียวไปทั่วร่างกาย แต่ส่วนมากญาติไม่ได้เห็น เพราะหนูยังเลือกอยู่กับเขา มีรู้แค่บางครั้ง รู้ครั้งนึงวันตาเขียวช้ำ คุณน้าเห็น ก็เลยบอกว่าเดินชนอะไรแล้วหล่นใส่หนูทำให้ตาเขียว และมีครั้งนึงไปหาคุณแม่ให้ช่วยเหลือ ขาข้างซ้ายโดนซ้อมตนเดินไม่ได้เกือบเดือน แต่ที่ไม่ได้บอกคือ 50-60 ครั้ง ครั้งนี้หนักสุดเกือบถึงชีวิต”

ที่หนักที่สุดโดนอะไรยังไง?

เอ : “ตั้งแต่วันที่ 11 เรามีปากเสียงกัน พอหนูเสียงดังเขาก็บอกว่า มึงห้ามเสียงดังให้คนได้ยิน ไม่งั้นมึงตาย เขาก็เดินมาหาหนู ปิดประตูหลังห้องไม่ให้ใครได้ยินเสียง จนหนูเริ่มอ่อนลง หนูเข้าไปห้องน้ำ เพื่อหายากิน คิดแค่ว่าจะทำเพื่อประชดเขาเฉยๆ แต่เขาไม่เหลียวแลอะไรเลย เขากลับโมโห เอาเข็มขัดหนูเข้าไปในห้องน้ำและรัดคอหนู แต่เข็มขัดหนูขาด เขาเลยเอาเข็มขัดเขารัดคอหนูแทน รัดอยู่ในห้องน้ำประมาณ 4 ครั้งได้ (เสียงสั่นเครือ) รัดจนหนูรู้สึกเหมือนจะหลับแล้ว หนูสบาย เขาก็ปล่อย หนูถามว่าปล่อยทำไม ทำไมไม่ให้ตายไปเลย เขาบอกว่าเห็นหนูแน่นิ่ง ไม่กระดิกตัว หลังจากนั้นรัดอีก โมโหทีไรก็รัด เขาจับหัวโขกห้องน้ำ แล้วลากออกมาข้างนอกหน้าห้องน้ำ พูดขึ้นมาอีก และรัดคอหนูอีก เข้ามาภายในห้อง ต่อยเข้าที่ใบหน้า หัว ลำตัว และรัดคออยู่อย่างนั้น จับหนูคว่ำแล้วเอาเข็มขัดรัดคอหนู”

นี่คือ 11 ม.ค. ?

เอ : “ค่ะ วันนั้นโดนกระทำแบบนี้ทั้งวัน หนูไม่รู้เวลาเที่ยงหรือบ่ายเขาถึงหยุด แล้วจับหนูไปอาบน้ำ ทาแป้งให้แล้วให้หนูไปนอน หนูได้พักผ่อนช่วงนั้น แต่ไม่รู้กี่ชม. เขานั่งเฝ้าหนูไม่หลับไม่นอน หนูฉี่ราดทั้งกางเกง ตอนไม่ได้ไปอาบน้ำ ฉี่ราดทั้งคืน”

ร้องขอความช่วยเหลือจากใครมั้ย?

เอ : “หนูไม่สามารถร้องให้ใครช่วยได้ เพราะเขาใช้ผ้าอุดปาก ใช้เท้าเหยียบปากหนูไว้ และใช้มือปิดที่ปากหนู”

วันที่ 12 ล่ะ เขาปล่อยเรามั้ย?

เอ : “พอนอนตื่นขึ้นมา เขาก็ถามแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ พูดไม่จบ”

เขาโกรธเรื่องอะไร?

เอ : “เรื่องเบอร์โทรที่หนูเก็บไว้ แต่ไม่ได้ไปโทรหาใคร เพราะหนูไม่เคยให้เบอร์ใคร เพราะรู้ว่าต้องมีปัญหา เขาหึงหวงมากกว่าค่ะ เขาเป็นมาตั้งแต่แรกที่อยู่ด้วยกันแล้ว หนูอ้วกทั้งสามวัน หนูคลานไปห้องน้ำ กินข้าวไปก็อ้วก บอกว่าหนูหิวข้าว ขอกินข้าวมื้อสุดท้ายหน่อย (เสียงสั่น) เขาบอกว่าเดี๋ยวค่อยกิน ไม่ต้องกินหรอก มึงจะตายอยู่แล้ว แต่เขาก็หาให้กิน แต่หนูกินเข้าไปก็อ้วก วันที่ 11 เขาบอกว่าจำไว้นะ เขาทำหนูไปทั้งหมด 47 ครั้ง เขาบอกว่าเขานับเองแต่ละครั้งที่เขาทำ”

หมายถึงตบ ต่อย?

เอ : “ตบ ต่อย กระทืบ เตะ รัดคอ รวมวันที่ 11 ทั้งหมด 47 ครั้ง”

วันที่ 12 โดนมั้ย?

เอ : “โดนค่ะ โดนจนวันที่ 13 เขาพูดถึงเรื่องเก่าทีไรก็ของขึ้น อารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย”

เขามีภาวะทางจิตที่ไม่ปกติมั้ย?

เอ : “ไม่ค่ะ เหล้าไม่ดื่ม ยาไม่ยุ่ง แต่เวลาเครียดดูดบุหรี่หนักเฉยๆ”

เคยมีแฟนมั้ย?

เอ : “เคยมีครอบครัวค่ะ เขาบอกว่าอยู่กับใครมาไม่เคยทำใคร มีกับมึงนี่แหละที่ทำแบบนี้ เพราะกูรักมึงมากไง”

เขาเคยมีอะไรที่บังคับให้ทำแล้วแย่มากๆ?

เอ : “ช่วงไม่มีตังค์เขาก็เคยขอว่าแม่ต้องไปทำงานเหมือนเดิมแล้วแหละ พูดได้ตรงๆ เลยว่าบางทีตังค์ 100 ก็ไม่มี ต้องกินต้มมาม่า หนูบอกว่าไม่อยากไป ถ้าไปแล้วชะตากรรมหนูจะเป็นยังไง กลับมาต้องโดนถามว่าอะไรยังไง ท่าไหน หนูไม่อยากไป เขาบอกจะไม่ถามอะไร ไม่ยุ่งเรื่องพวกนี้”

ให้ไปทำอะไร?

เอ : “ให้ไปขายบริการค่ะ”

ข้างห้องได้ยินเสียงมั้ย ?

เอ : “ไม่มีใครได้ยิน ตอนหนูดิ้น เท้าถีบข้าวของ เขาก็ผลักข้าวของออก กลัวคนได้ยิน”

สุดท้ายเราถูกทำร้ายร่างกายทั้งหมด?

เอ : “นับได้ประมาณ 100 ครั้งเลยค่ะ ตั้งแต่วันที่ 11 จนถึงวันที่ 13 ค่ะ”

หนีออกมาได้ยังไง?

เอ : “เมื่อวันที่ 14 ตั้งใจจะหนี แต่ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้เต็มที่ ร่างกายไม่พร้อม ก็หลอกให้เขาไปซื้อกับข้าวให้กิน แต่หนูไม่สามารถหนีได้ พอวันที่ 15 ยังไงหนูก็ต้องหนี เพราะเขาพูดแต่คำซ้ำๆ เดิมๆ วันที่ 14 เขาเลิกซ้อม แต่เอาแขนมาผลักหนูอยู่ 3 ครั้ง วันที่ 15 เขาบอกจะไม่พูด แต่ก็พูดเหมือนเดิม หนูก็ได้โอกาสว่าอยากกินส้มตำ ปลาเผา ปลาย่าง เขาหงุดหงิดเหมือนนอนไม่เต็มที่ แต่ลุกไปซื้อให้ พอเขาออกไป หนูก็ได้โอกาส ส่องดูที่หน้าต่าง แล้วรีบคว้ากระเป๋า ยื่นมือออกมาเปิดกลอนประตูข้างนอก พยุงตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด รองเท้าก็ไม่ใส่ ออกไปประมาณ 100 เมตรได้ ไปอีกฝั่งนึงไม่ใช่ฝั่งที่เขาซื้อของ ก็บอกให้คนช่วยด้วย เรียกตร.ให้หน่อย หนูบอกว่าหนูโดนซ้อม โดนตีมาตั้งแต่วันที่ 11 เพิ่งออกมาได้วันนี้ เขาก็ให้มอเตอร์ไซค์วินไปส่งหาตำรวจที่โรงพัก หลังจากนั้นตำรวจก็รับเรื่องไว้แล้ว หนูก็นั่งรถแท็กซี่ต่อไปรพ. โดยไม่มีเงินสักบาท ไม่มีเงินจ่ายค่ามอเตอร์ไซค์ ค่าแท็กซี่ เขาก็ไม่เอาเงิน เขาช่วย และช่วยติดต่อโทรศัพท์หาคุณแม่ให้ด้วย”

หลังจากนั้นไปขอความช่วยเหลือ?

เอ : “หลังจากนั้นน้องสาวติดต่อไปขอความช่วยเหลือที่มูลนิธิปวีณา”

บีตกใจมั้ยตอนรู้เรื่อง?

บี : “ตกใจค่ะ หนูเห็นพี่แล้วตกใจ เป็นเวรกรรมอะไรของเขา”

เห็นว่าคุณปวีณาส่งตัวไปอยู่รพ.แห่งหนึ่ง พอคุณหนีไป เขาติดต่อมามั้ย?

เอ : “ตอนแรกหนูรักษาห้องรวม แล้วเขามาถึงรพ. เขารู้ได้ไงหนูไม่ทราบ ท่านปวีณาก็เลยประสานกับผอ.รพ. ว่าหนูโดนตามตัว ก็ประสานให้หนูเข้าไปหลบอยู่ห้องส่วนตัวที่สามารถล็อกได้ ไม่ให้เขารู้ ไม่ให้เขาเห็น”

แฟนชื่ออะไร?

เอ : “เต้ บูรพาค่ะ

พี่แก้ว เรื่องทั้งหมดที่น้องพูด มันเกินความรู้สึกมนุษย์ หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำไมถึงทนอยู่สองปี น้องเขาบอกว่ารักผู้ชายคนนี้ น้องคนนี้เวลาทำร้ายร่างกาย พอจะเลิก ผู้ชายจะกราบเท้า ขอโทษขออภัย แต่ก็เกิดซ้ำๆ จน 4 วันติดถูกซ้อมเป็น 100 กว่าครั้ง จนไม่สามารถมีชีวิตอยู่ด้วยได้แล้ว เอาเข็มขัดรัดคอ เธอพยายามฆ่าตัวตาย ผู้ชายไม่ได้ดูดำดูดี วันนี้คือจุดแตกหักถึงได้ออกมา?

ดร. มนต์ชัย : “เป็นการประทำที่ป่าเถื่อนจริงๆ ตั้งแต่เป็นทนายมาร่วม 30 ปีพฤติกรรมทางเพศไม่ได้รุนแรงแบบนี้ กรณีความผิดที่ดูได้ขนาดนี้คือพยายามฆ่า การพยายามพาเราไปมีอะไรกับคนอื่น ความผิดการหน่วงเหนี่ยวกักขัง บังคับทำร้ายร่างกายทำให้เกิดอันตราย สาหัส โทษแต่ละโทษเรียงกระทงความผิด ยังไงผมว่าศาลดูพฤติการณ์แห่งคดี ดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น อยากวิงวอนว่ายังไง น้องต้องไปขอความช่วยเหลือจากสำนักงานคุ้มครองพยานกระทรวงยุติธรรม เพราะตัวคนร้ายอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ ผมก็แปลกใจว่าทำไมตร.ไม่ออกหมายจับ ซึ่งกรณีนี้เป็นความผิดที่เห็นได้ชัด ยังไงสามารถออกหมายจับได้ อีกอย่างคำว่าเมียเป็นคำพูดคำเรียก แต่ไม่ใช่การแสดงความเป็นเจ้าของ กรณีนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายความรุนแรงในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องมีการจดทะเบียนสมรส ก็สามารถดำเนินการการตามพ.ร.บ.นี้ได้ น้องต้องเก็บหลักฐานเอาไว้”

เรื่องหมายจับนี่ยังไง ตอนนี้ยังไปเพ่นพ่านอยู่เลย?

ดร.มนต์ชัย : “คิดว่าตร.คงปฏิบัติตามระเบียบอะไรก็ตาม แต่บางกรณีเป็นความผิดเห็นได้ชัด อุกฉกรรจ์ รู้ตัวคนทำความผิดแน่นอน ก็สามารถออกหมายจับได้ ก็เป็นดุลยพินิจตร.”

ณ วันนี้เขายังเข้าเฟซบุ๊กเราอยู่มั้ย?

เอ : “ยังเล่นเฟซบุ๊กอยู่ค่ะ ตอนนี้ครอบครัวหนูกลัวมาก”

โฟนอิน “พ.ต.อ.พีระเดช เจริญเดช” ผกก.สภ.บางใหญ่ กรณีน้องเอ เป็นยังไงบ้าง หมายจับจะออกได้เมื่อไหร่?

พ.ต.อ.พีระเดช : “เราก็เร่งรัดอนุมัติหมายศาล ส่วนน้องเอง ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ตร.ได้ประสานรพ.บางใหญ่ ท่านก็ให้ความเอ็นดูในการจัดห้องพิเศษให้ตร.เองจัดคนไปดูสถานที่ที่เขาเคยพักอาศัยอยู่ และเกรงว่าน้องจะได้รับอันตราย ตอนนี้ได้ประสานงานทางพยาบาล พยาบาลแจ้งว่าช่วงหลังไม่ได้มาแล้ว ตอนนี้กำลังไล่ติดตามอยู่ และออกหมายจับ”

ดร.มนต์ชัย : “กรณีเอาเข็มขัดรัดคอน้อง ตั้งข้อหาพยายามฆ่าได้มั้ย”

พ.ต.อ.พีระเดช : “เดี๋ยวจะประสานกับน้องเอ จะสอบถามและแจ้งข้อหาเพิ่ม”

จับได้แน่นอน?

พ.ต.อ.พีระเดช : “ยืนยันครับ คุณปวีณาก็เป็นห่วง ได้เร่งรัดให้จับกุมให้ได้”

ถ้าวันนี้เต้กราบเท้าขอโทษอีกจะว่ายังไง?

เอ : “ก็ให้ตร.จัดการไปค่ะ”

อาการตอนนี้เป็นยังไง?

เอ : “ยังเจ็บทั้งร่างกายค่ะ ยังเจ็บใต้ราวนมอยู่ เขาใช้หมัดทุบที่ใบหน้า ที่หัว ตอนนี้หูอื้ออยู่”

อยากบอกอะไรเป็นอุทาหรณ์?

เอ : “พ่อแม่เลี้ยงเรามายังไม่เคยทำร้ายขนาดนี้ (ร้องไห้) ตีก็ไม่เคย มีแต่ให้หนูตลอด ไม่มีเงินก็หนูตลอด ไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใครอีก”

ทนายอยากบอกอะไร

ดร.มนต์ชัย : “ผมว่าอย่าทำเลย ความผิดแบบนี้รุนแรงและป่าเถื่อนจริงๆ”

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *